ออนไลน์ขณะนี้

มี 26 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์

355236
วันนี้
เมื่อวานนี้
สัปดาห์นี้
สัปาห์ที่แล้ว
เดือนนี้
เดือนที่แล้ว
ทุกวัน
38
106
144
354519
2461
5368
355236
Your IP: 54.80.60.91
Server Time: 2017-11-20 06:58:17

ระเบียบ

กองทุนสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ

……………………………….

หมวดที่ ๑

ชื่อ เครื่องหมาย และที่ตั้งสำนักงาน

ข้อ ๑   กองทุนนี้ชื่อว่า “กองทุนสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ”

ข้อ ๒   เครื่องหมายกองทุนสงเคราะห์ฯ คือ รูปธรรมจักร ในวงหยดน้ำ

ข้อ ๓   กองทุนสงเคราะห์ฯ ตั้งอยู่ที่สำนักงานเจ้าคณะอำเภอเขมราฐ วัดสว่างอารมณ์        ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ ๐๘๑ ๐๗๔๙๖๒๒

หมวดที่ ๒

วัตถุประสงค์

ข้อ ๔   วัตถุประสงค์กองทุนสงเคราะห์พระภิกษุสามเณรอำเภอเขมราฐ

๔.๑    เพื่อให้การสงเคราะห์พระภิกษุสามเณร แม่ชีที่อาพาธ และหรือมรณภาพ

๔.๒    เพื่อเสริมสร้างความมั่นคง ความสามัคคี ของพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา

๔.๓    เพื่อร่วมเป็นสาธารณกุศล ร่วมกับองค์กรการกุศลอื่นๆ

๔.๔    เพื่อสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ ของคณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ

๔.๕    เพื่อสนับสนุนกิจการด้านการศึกษา การเผยแผ่ ของคณะสงฆ์

หมวดที่ ๓

การได้มาซึ่งทุนทรัพย์ และทรัพย์สิน

ข้อ ๕. สมาชิกจ่ายสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ฯ ประจำปี ดังนี้

๕.๑    พระสังฆาธิการ จ่ายตามอัตรานิตยภัตที่ได้รับจำนวน ๑ เดือน

                    ๕.๒    หัวหน้าที่พักสงฆ์ ปีละ ๑,๕๐๐ บาท (หนึ่งพันห้าร้อยบาทถ้วน)

ข้อ ๖. กองทุนสงเคราะห์ฯได้มาซึ่งทุนทรัพย์ ทรัพย์สิน โดยวิธีดังต่อไปนี้

๖.๑    เงินสดหรือทรัพย์สินมีผู้ยกให้ โดยทำพินัยกรรมหรือนิติกรรมอื่นๆ โดยมิได้มีเงื่อนไขผูกพันให้กองทุนฯ ต้องรับผิดชอบในหนี้สิน หรือภาระติดพันอื่นใด

๖.๒    เงินสดหรือสินทรัพย์ที่พระสังฆาธิการ หรือพระภิกษุสามเณร หน่วยงาน บริษัท ห้างร้าน ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคสมทบ

                    ๖.๓    ดอกผลอันเกิดขึ้นจากทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ฯ

                   ๖.๔    ทุกวัดจัดทอดผ้าป่าวันวิสาขบูชา สมทุบเข้ากองทุนฯ

หมวดที่ ๔

ประธาน คณะกรรมการ สมาชิกกองทุนสงเคราะห์ฯ

ข้อ ๗.  ประธาน กรรมการ และสมาชิก กองทุนสงเคราะห์ฯ ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

          ๗.๑    คณะกรรมการโดยตำแหน่ง

                   ก. เจ้าคณะอำเภอ                          เป็นประธาน

                   ข. รองเจ้าคณะอำเภอ                     เป็นรองประธาน

                   ค. เจ้าคณะตำบล,รองเจ้าคณะตำบล   เป็นกรรมการ

          ๗.๒    คณะกรรมการโดยแต่งตั้ง

ก. เป็นพระสังฆาธิการ พระมหาเปรียญ หรือคฤหัสถ์

                    ข. เป็นบุคคลที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควร

ค. เป็นผู้ไม่ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

          ๗.๓    สมาชิกกองทุน

                   ก. เป็นเจ้าอาวาส

                   ข. เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์

          ๗.๔    ให้มีเลขานุการ และเหรัญญิก เพื่อทำหน้าที่ตามระเบียบนี้

ข้อ ๘. คณะกรรมการ และสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ฯ พ้นสภาพ เมื่อ

          ๘.๑    พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ หมดวาระ ลาออก หรือมรณภาพ

          ๘.๒    เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย แก่ตนเอง และหมู่คณะ          

๘.๓    คณะกรรมการพิจารณาให้ออกโดยใช้มติไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

๘.๔    ไม่จ่ายสมทบเข้ากองทุนติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๒ ปี

หมวดที่ ๕

การดำเนินงานของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์

ข้อ ๙.    กองทุนสงเคราะห์ฯ ให้มีคณะกรรมการ โดยแต่งตั้ง ไม่เกิน ๑๐ รูป/คน    

ข้อ ๑๐. กรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ โดยแต่งตั้ง อยู่ในตำแหน่งคราวละ ๔ ปี

ข้อ ๑๑. เมื่อครบวาระ ๔ ปีแล้ว ให้มีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่

ข้อ ๑๒. การแต่งตั้งกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อ ๗.๒

ข้อ ๑๓.  กรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ พ้นตำแหน่งตามวาระ มีสิทธิ์ได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ ได้อีก

ข้อ ๑๔.  ถ้ากรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ ว่างลง ตามระเบียบ ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ ที่เหลืออยู่ แต่งตั้งกรรมการใหม่แทนตำแหน่งที่ว่างลง และดำรงตำแหน่งเท่าวาระของผู้ที่ตนแทน

หมวดที่ ๖

อำนาจ หน้าที่ คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ

ข้อ ๑๕. คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ มีหน้าที่ ดังนี้

๑๕.๑ กำหนดนโยบายของกองทุนสงเคราะห์ฯ และดำเนินการตามนโยบายนั้น

          ๑๕.๒ ควบคุมบริหารการเงิน และทรัพย์สินต่างๆ ของกองทุนสงเคราะห์ฯ

๑๕.๓ ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และมติที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ

๑๕.๔ แต่งตั้ง หรือถอดถอนคณะอนุกรรมการ ขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะ เพื่อดำเนินการเฉพาะกิจ ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ ฯ

๑๕.๕ เชิญผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่ทำคุณประโยชน์เป็นพิเศษ เป็นที่ปรึกษา และกรรมการกิตติมศักดิ์ได้

๑๕.๖ เชิญบุคคล หน่วยงาน ห้างร้าน เป็นผู้อุปถัมภ์กองทุนสงเคราะห์ฯ ได้

ข้อ ๑๖. คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ มีอำนาจ ดังนี้

๑๖.๑ ร่วมพิจารณา อนุมัติ เห็นชอบ ในการประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ

๑๖.๒ เป็นผู้แทนในการติดต่อประสานงาน หรือทำนิติกรรมต่างๆ ของกองทุนสงเคราะห์ ฯ ตามที่ได้รับหมอบหมาย

ข้อ ๑๗. เมื่อประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานปฏิบัติหน้าที่แทน   

ข้อ ๑๘. เลขานุการกองทุนสงเคราะห์ฯ มีหน้าที่จัดทำเอกสาร เก็บเอกสาร ติดต่อประสานงาน บันทึกรายงานการประชุม สรุปรายงานกิจกรรมของกองทุนสงเคราะห์  ตามที่ประธานกรรมการมอบหมาย

ข้อ ๑๙. เหรัญญิก มีหน้าที่บริหารด้านการเงิน เบิกถอน ทำบัญชีรับ-จ่ายเงิน ทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ฯ และหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ กำหนด

ข้อ ๒๐. กรรมการตำแหน่งอื่นๆ ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ กำหนด

หมวด ๗

การประชุมคณะกรรมการ และสมาชิกกองทุนสงเคราะห์ฯ

ข้อ ๒๑. คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ ต้องจัดให้มีการประชุมสมาชิก สามัญประจำปีภายในเดือนมกราคม ของทุกปี เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

๒๑.๑ สรุปการดำเนินงานของกองทุนสงเคราะห์ ฯ ในรอบปีที่ผ่านมา

๒๑.๒ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิก

ข้อ ๒๒. การประชุมวิสามัญอาจมีขึ้นได้  เมื่อประธานเรียกประชุมตามที่เห็นสมควร

ข้อ ๒๓. ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุม ไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง จึงถือเป็นองค์ประชุม

หมวดที่ ๘

การเงิน

ข้อ ๒๔. เงินสดของกองทุนสงเคราะห์ฯ หรือเอกสารสิทธิ์

          ๒๔.๑ เหรัญญิก เก็บเงินสดไว้ได้ ไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

๒๔.๒  เงินสดที่เหลือให้นำฝากเข้าบัญชีธนาคาร โดยเปิดบัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “กองทุนสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ” โดยมีประธาน เลขานุการ และเหรัญญิก เป็นผู้ลงนามเบิกถอน ทุกครั้ง

ข้อ ๒๕. การสั่งจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ฯ

๒๕.๑ ประธาน เลขานุการ หรือเหรัญญิก มีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ไม่เกินครั้งละ  ๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

๒๕.๒ การสั่งจ่ายเงินเกิน ๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน) ให้เป็นอำนาจคณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบอนุมัติก่อน

ข้อ ๒๖. การจ่ายเงินของกองทุนสงเคราะห์ฯ

๒๖.๑ เมื่อมรณภาพ มีหนังสือรับรองจากแพทย์ ให้จ่ายดังนี้

                   ก. สมาชิกกองทุนฯ     รูปละไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาทถ้วน)

                   ข. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี     รูปละไม่เกิน ๗,๐๐๐ บาท (เจ็ดพันบาทถ้วน)

                   ค. หรืออยู่ในดุลยพินิจคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ พิจารณา

          ๒๖.๒  เมื่ออาพาธ มีหนังสือรับรองจากแพทย์ ให้จ่ายดังนี้

                   ก. สมาชิกกองทุนฯ               ครั้งละไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท (สองพันบาทถ้วน)

                   ข. พระภิกษุ สามเณร แม่ชี     ครั้งละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)

                   ค. หรืออยู่ในดุลยพินิจคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ พิจารณา

                   ง. มีสิทธิ์เบิกกองทุนได้ ไม่เกิน ๓ ครั้ง/ต่อปี

๒๖.๓  เมื่ออาพาธต้องนอนพักรักษาอยู่โรงพยาบาลหรืออยู่วัดเป็นเวลานานเกิน ๑ เดือน ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ พิจารณา

๒๖.๔  การจ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ฯ เพื่อสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ ตามระเบียบ ข้อ ๔ ให้เป็นไปตามคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ ในแต่ละครั้ง

ข้อ ๒๗. การรับเงินที่มีผู้บริจาคสมทบ หรือได้มาโดยวิธีอื่นๆ เหรัญญิกต้องทำใบเสร็จรับเงินให้ไว้เป็นหลักฐาน ใบเสร็จรับเงินนั้นต้องให้ประธาน หรือผู้แทน และเหรัญญิกลงนามทุกครั้ง

ข้อ ๒๘. กองทุนสงเคราะห์ฯ ต้องเก็บรักษาบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินตลอดจนบัญชีอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อแสดงหลักฐานให้ถูกต้อง

ข้อ ๒๙. ให้ทำบัญชีงบดุลประจำปีซึ่งสิ้นสุดตามปฏิทิน เพื่อแสดงฐานะกองทุนสงเคราะห์ฯ เมื่อผู้ตรวจสอบบัญชีรองรับแล้ว ให้เสนอกรรมการรับทราบ

หมวดที่ ๙

การแก้ไข  เพิ่มเติมระเบียบ

ข้อ ๓๐.  การแก้ไข เพิ่มเติม ระเบียบนี้จะทำได้โดยที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ มีมติเห็นชอบให้แก้ไข เพิ่มเติมระเบียบได้

หมวดที่ ๑๐

การยุบเลิกกองทุนสงเคราะห์ฯ

ข้อ ๓๑. ถ้ากองทุนสงเคราะห์ฯ ล้มเลิกไปโดยมติของกรรมการ หรือโดยเหตุใดๆก็ตาม ให้ทรัพย์สินทั้งหมดของกองทุนสงเคราะห์ฯ ที่เหลืออยู่ ตกเป็นทรัพย์สินของคณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ

ข้อ ๓๒. การสิ้นสุดของกองทุนสงเคราะห์ฯ นอกจากกฎหมายได้บัญญัติไว้แล้ว ให้กองทุนสงเคราะห์ฯนี้ สิ้นสุดโดยมิต้องให้ศาลยกเลิกด้วยเหตุดังต่อไปนี้

๓๒.๑ เมื่อคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ มีมติให้เลิกกองทุนสงเคราะห์ฯ ด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์

๓๒.๒  เมื่อกองทุนสงเคราะห์ฯ ไม่อาจหากรรมการได้ครบตามจำนวนกรรมการที่กำหนดไว้ ในระเบียบกองทุนสงเคราะห์ฯ

๓๒.๓ เมื่อกองทุนสงเคราะห์ฯ ไม่สามารถดำเนินงานต่อไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ

หมวดที่ ๑๑

บทเบ็ดเตล็ด

ข้อ ๓๓. การตีความในระเบียบของกองทุนสงเคราะห์ฯ หากเป็นที่สงสัย ให้คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ฯ โดยเสียงข้างมาก ของจำนวนกรรมการเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๓๔. ให้บทบัญญัติแห่งการประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยมูลนิธิ มาบังคับใช้โดยอนุโลมในเมื่อระเบียบปฏิบัติของกองทุนสงเคราะห์ฯ มิได้กำหนดไว้

ข้อ ๓๕. ให้ใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป

                             ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

(ลงนาม)                                              

(พระครูศรีสุตาลังการ)

เจ้าคณะอำเภอเขมราฐ

ประธานกองทุนสงเคราะห์คณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ

เพจคณะสงฆ์อำเภอเขมราฐ

สำนักงานเจ้าคณะอำเภอเขมราฐ

สำนักงานเจ้าคณะอำเภอเขมราฐ 

วัดบ้านนาขนัน(สว่างอารมณ์) ตำบลแก้งเหนือ อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี 34170

เลข.จอ. 08 3376 2427